The Trading Mentorที่ปรึกษาการเทรดของคุณ
โครงสร้างตลาด

Consolidation

คำจำกัดความ

Consolidation คือช่วงเวลาที่ราคาเคลื่อนไหวในแนวนอน โดยตลาดซื้อขายภายในกรอบที่กำหนด โดยไม่มีแนวโน้มที่ชัดเจน เกิดขึ้นเมื่อแรงซื้อและแรงขายมีความสมดุล Consolidation มักจะเกิดขึ้นก่อนการ Breakout และมีลักษณะเฉพาะคือความผันผวนที่ลดลง เทรดเดอร์อาจเทรดตามขอบเขตของกรอบ (range boundaries) หรือรอการ Breakout เพื่อสร้างสถานะใหม่

เรียนรู้เพิ่มเติม

เพิ่มเติมใน: โครงสร้างตลาด

Bull Market

ตลาดกระทิง (Bull Market) คือสภาวะตลาดที่ลักษณะเด่นคือราคาที่สูงขึ้น ความคิดเชิงบวก และแรงซื้อที่แข็งแกร่ง โดยทั่วไปจะกำหนดเป็นการเพิ่มขึ้นของราคาอย่างต่อเนื่อง 20% หรือมากกว่าจากจุดต่ำสุดล่าสุด ตลาดกระทิงขับเคลื่อนโดยปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง, ความเชื่อมั่นเชิงบวก และความมั่นใจของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น เทรดเดอร์ในตลาดกระทิงจะมองหาโอกาสในการซื้อเมื่อราคาย่อตัว (pullbacks)

Bear Market

ตลาดหมี (Bear Market) คือสภาวะตลาดที่ลักษณะเด่นคือราคาที่ลดลง ความคิดเชิงลบ และแรงขายที่แข็งแกร่ง โดยทั่วไปจะกำหนดเป็นการลดลงของราคาอย่างต่อเนื่อง 20% หรือมากกว่าจากจุดสูงสุดล่าสุด ตลาดหมีมักเกี่ยวข้องกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย, ความเชื่อมั่นเชิงลบ และการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง เทรดเดอร์ในตลาดหมีจะมองหาโอกาสในการขาย (shorting) เมื่อราคามีการดีดตัว (rallies)

Range

Range คือช่วงราคาที่ถูกจำกัดโดยระดับแนวรับ (พื้น) และแนวต้าน (เพดาน) ที่ชัดเจน ซึ่งราคาจะแกว่งตัวไปมาระหว่างระดับเหล่านั้น ตลาดที่เคลื่อนไหวในกรอบ (Range-bound markets) ขาดแนวโน้มที่ชัดเจน และเหมาะสำหรับกลยุทธ์ที่ใช้อินดิเคเตอร์ประเภท Oscillator เทรดเดอร์จะซื้อใกล้แนวรับและขายใกล้แนวต้าน หรือรอการ Breakout ออกจากกรอบเพื่อส่งสัญญาณแนวโน้มใหม่

Breakout

Breakout เกิดขึ้นเมื่อราคาเคลื่อนที่ทะลุระดับแนวต้านขึ้นไปอย่างชัดเจน หรือทะลุระดับแนวรับลงมา โดยมักจะมาพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น Breakout เป็นสัญญาณเริ่มต้นของแนวโน้มใหม่ หรือการดำเนินต่อไปของแนวโน้มที่มีอยู่ การ Breakout ที่ผิดพลาด (False Breakouts หรือ Fakeouts) เกิดขึ้นเมื่อราคาทะลุระดับไปชั่วคราว แต่กลับตัวอย่างรวดเร็ว การยืนยันด้วยปริมาณการซื้อขายและการปิดแท่งเทียนช่วยกรองสัญญาณที่ผิดพลาด

Pullback

Pullback คือการเคลื่อนไหวของราคาที่สวนทางกับแนวโน้มหลักชั่วคราว ซึ่งเปิดโอกาสในการเข้าสถานะตามทิศทางของแนวโน้ม ในแนวโน้มขาขึ้น Pullback คือการลดลงชั่วคราว ก่อนที่ราคาจะกลับไปเคลื่อนที่ขึ้นต่อ Pullback แตกต่างจากการกลับตัว (reversal) ตรงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นกว่า และไม่เปลี่ยนแปลงแนวโน้มโดยรวม ระดับ Fibonacci retracement มักใช้ในการระบุเป้าหมายของ Pullback

Retracement

Retracement คือการกลับตัวของราคาชั่วคราวภายในแนวโน้มหลัก โดยราคาเคลื่อนที่ย้อนกลับไปยังระดับก่อนหน้า ก่อนที่จะดำเนินต่อไปในทิศทางเดิม Retracement วัดโดยใช้ระดับ Fibonacci (23.6%, 38.2%, 50%, 61.8%) มีความแตกต่างจากการกลับตัว (reversal) ตรงที่มีระยะเวลาสั้นกว่า และคาดว่าแนวโน้มหลักจะดำเนินต่อไป

Reversal

Reversal คือการเปลี่ยนแปลงทิศทางโดยรวมของแนวโน้มราคา โดยแนวโน้มขาขึ้นเปลี่ยนเป็นขาลง หรือกลับกัน การกลับตัวจะถูกระบุผ่านรูปแบบกราฟ (เช่น Head and Shoulders, Double Tops), สัญญาณอินดิเคเตอร์ (เช่น Divergence) และรูปแบบแท่งเทียน การแยกแยะระหว่างการกลับตัวที่แท้จริงกับการย่อตัวชั่วคราว (pullback) เป็นหนึ่งในแง่มุมที่ท้าทายที่สุดของการวิเคราะห์ทางเทคนิค

Accumulation

Accumulation คือช่วงของตลาดที่นักลงทุนสถาบันรายใหญ่ค่อยๆ ซื้อสถานะในช่วงเวลาหนึ่ง โดยทั่วไปในช่วงที่มีการ Consolidation หรือหลังจากแนวโน้มขาลง มีลักษณะเฉพาะคือการซื้อขายในกรอบ โดยปริมาณการซื้อขายค่อยๆ เพิ่มขึ้นในการเคลื่อนไหวขาขึ้น ช่วง Accumulation เกิดขึ้นก่อนช่วง Markup (แนวโน้มขาขึ้น) ในทฤษฎีวัฏจักรตลาด Wyckoff และมักปรากฏเป็นฐานราคาที่คงที่หรือสูงขึ้นเล็กน้อย

Pulsar Terminal — แผงการเทรด MT5 ขั้นสูง

เพิ่มประสิทธิภาพการเทรดด้วย Pulsar Terminal

เครื่องคำนวณทั้งหมดนี้ถูกสร้างไว้ใน Pulsar Terminal พร้อมข้อมูลเรียลไทม์จากบัญชี MT5 ของคุณ

รับ Pulsar Terminal