The Trading Mentorที่ปรึกษาการเทรดของคุณ
โครงสร้างตลาด

Liquidity

คำจำกัดความ

สภาพคล่อง (Liquidity) หมายถึงความง่ายในการซื้อหรือขายสินทรัพย์โดยไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อราคา ตลาดที่มีสภาพคล่องสูง เช่น EUR/USD มี Spread ที่แคบและ Slippage น้อย ในขณะที่ตลาดที่มีสภาพคล่องต่ำ (คู่สกุลเงินแปลกใหม่, หุ้นขนาดเล็ก) มี Spread ที่กว้างกว่าและส่งผลกระทบต่อราคามากกว่า สภาพคล่องจะแตกต่างกันไปตลอดทั้งวันซื้อขาย โดยจะสูงสุดในช่วงเวลาที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน

เรียนรู้เพิ่มเติม

เพิ่มเติมใน: โครงสร้างตลาด

Bull Market

ตลาดกระทิง (Bull Market) คือสภาวะตลาดที่ลักษณะเด่นคือราคาที่สูงขึ้น ความคิดเชิงบวก และแรงซื้อที่แข็งแกร่ง โดยทั่วไปจะกำหนดเป็นการเพิ่มขึ้นของราคาอย่างต่อเนื่อง 20% หรือมากกว่าจากจุดต่ำสุดล่าสุด ตลาดกระทิงขับเคลื่อนโดยปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง, ความเชื่อมั่นเชิงบวก และความมั่นใจของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น เทรดเดอร์ในตลาดกระทิงจะมองหาโอกาสในการซื้อเมื่อราคาย่อตัว (pullbacks)

Bear Market

ตลาดหมี (Bear Market) คือสภาวะตลาดที่ลักษณะเด่นคือราคาที่ลดลง ความคิดเชิงลบ และแรงขายที่แข็งแกร่ง โดยทั่วไปจะกำหนดเป็นการลดลงของราคาอย่างต่อเนื่อง 20% หรือมากกว่าจากจุดสูงสุดล่าสุด ตลาดหมีมักเกี่ยวข้องกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย, ความเชื่อมั่นเชิงลบ และการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง เทรดเดอร์ในตลาดหมีจะมองหาโอกาสในการขาย (shorting) เมื่อราคามีการดีดตัว (rallies)

Consolidation

Consolidation คือช่วงเวลาที่ราคาเคลื่อนไหวในแนวนอน โดยตลาดซื้อขายภายในกรอบที่กำหนด โดยไม่มีแนวโน้มที่ชัดเจน เกิดขึ้นเมื่อแรงซื้อและแรงขายมีความสมดุล Consolidation มักจะเกิดขึ้นก่อนการ Breakout และมีลักษณะเฉพาะคือความผันผวนที่ลดลง เทรดเดอร์อาจเทรดตามขอบเขตของกรอบ (range boundaries) หรือรอการ Breakout เพื่อสร้างสถานะใหม่

Range

Range คือช่วงราคาที่ถูกจำกัดโดยระดับแนวรับ (พื้น) และแนวต้าน (เพดาน) ที่ชัดเจน ซึ่งราคาจะแกว่งตัวไปมาระหว่างระดับเหล่านั้น ตลาดที่เคลื่อนไหวในกรอบ (Range-bound markets) ขาดแนวโน้มที่ชัดเจน และเหมาะสำหรับกลยุทธ์ที่ใช้อินดิเคเตอร์ประเภท Oscillator เทรดเดอร์จะซื้อใกล้แนวรับและขายใกล้แนวต้าน หรือรอการ Breakout ออกจากกรอบเพื่อส่งสัญญาณแนวโน้มใหม่

Breakout

Breakout เกิดขึ้นเมื่อราคาเคลื่อนที่ทะลุระดับแนวต้านขึ้นไปอย่างชัดเจน หรือทะลุระดับแนวรับลงมา โดยมักจะมาพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น Breakout เป็นสัญญาณเริ่มต้นของแนวโน้มใหม่ หรือการดำเนินต่อไปของแนวโน้มที่มีอยู่ การ Breakout ที่ผิดพลาด (False Breakouts หรือ Fakeouts) เกิดขึ้นเมื่อราคาทะลุระดับไปชั่วคราว แต่กลับตัวอย่างรวดเร็ว การยืนยันด้วยปริมาณการซื้อขายและการปิดแท่งเทียนช่วยกรองสัญญาณที่ผิดพลาด

Pullback

Pullback คือการเคลื่อนไหวของราคาที่สวนทางกับแนวโน้มหลักชั่วคราว ซึ่งเปิดโอกาสในการเข้าสถานะตามทิศทางของแนวโน้ม ในแนวโน้มขาขึ้น Pullback คือการลดลงชั่วคราว ก่อนที่ราคาจะกลับไปเคลื่อนที่ขึ้นต่อ Pullback แตกต่างจากการกลับตัว (reversal) ตรงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นกว่า และไม่เปลี่ยนแปลงแนวโน้มโดยรวม ระดับ Fibonacci retracement มักใช้ในการระบุเป้าหมายของ Pullback

Retracement

Retracement คือการกลับตัวของราคาชั่วคราวภายในแนวโน้มหลัก โดยราคาเคลื่อนที่ย้อนกลับไปยังระดับก่อนหน้า ก่อนที่จะดำเนินต่อไปในทิศทางเดิม Retracement วัดโดยใช้ระดับ Fibonacci (23.6%, 38.2%, 50%, 61.8%) มีความแตกต่างจากการกลับตัว (reversal) ตรงที่มีระยะเวลาสั้นกว่า และคาดว่าแนวโน้มหลักจะดำเนินต่อไป

Reversal

Reversal คือการเปลี่ยนแปลงทิศทางโดยรวมของแนวโน้มราคา โดยแนวโน้มขาขึ้นเปลี่ยนเป็นขาลง หรือกลับกัน การกลับตัวจะถูกระบุผ่านรูปแบบกราฟ (เช่น Head and Shoulders, Double Tops), สัญญาณอินดิเคเตอร์ (เช่น Divergence) และรูปแบบแท่งเทียน การแยกแยะระหว่างการกลับตัวที่แท้จริงกับการย่อตัวชั่วคราว (pullback) เป็นหนึ่งในแง่มุมที่ท้าทายที่สุดของการวิเคราะห์ทางเทคนิค

Pulsar Terminal — แผงการเทรด MT5 ขั้นสูง

เพิ่มประสิทธิภาพการเทรดด้วย Pulsar Terminal

เครื่องคำนวณทั้งหมดนี้ถูกสร้างไว้ใน Pulsar Terminal พร้อมข้อมูลเรียลไทม์จากบัญชี MT5 ของคุณ

รับ Pulsar Terminal